30 ร้านอาหารอิตาเลียน (Italian Restaurants) ทั่วกรุงเทพฯ อร่อยฟินเหมือนบินไปกินถึงอิตาลี

การตามหาร้านอาหารอิตาเลียนที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องรสชาติและบรรยากาศไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่ว่าคุณกำลังมองหาร้านดั้งเดิมสไตล์ทัสกัน พิซซ่าเตาถ่านแป้งบางกรอบ พาสต้าเส้นสดทำมือ หรือร้านสุดหรูริมแม่น้ำสำหรับมื้อพิเศษกับคนรัก บทความนี้ได้รวบรวม 30 ร้านอาหารอิตาเลียนชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ ที่คัดสรรมาแล้วว่าเด็ดจริง ทั้งวัตถุดิบคุณภาพสูง กลิ่นอายความอร่อยแบบออริจินัล และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร พร้อมให้คุณตามไปเช็กดินและลิ้มลองความอร่อยกันได้อย่างจุใจ
Ciao Pizza at The Crystal Veranda


Ciao Pizza at The Crystal Veranda ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของศูนย์การค้า The Crystal เอกมัย-รามอินทรา ตกแต่งในสไตล์คูซีนสเปซเรียบหรูดูอบอุ่น โทนสีไม้ผสานโครงเหล็กสีเข้มโปร่งสบาย เหมาะกับการมาทานอาหารมื้อพิเศษทั้งกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ร้านอาหารอิตาเลียน แห่งนี้โดดเด่นด้วยแป้งพิซซ่าสูตรเฉพาะที่ผ่านการหมักนานถึง 48 ชั่วโมง จนได้แป้งสไตล์โรมันที่บางกรอบ หอมกรุ่น ย่อยง่าย สบายท้อง พร้อมการันตีรสชาติแบบออริจินัลด้วยรางวัล The Ospitalita Italiana จากหอการค้าอิตาเลียน


สำหรับเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด ต้องยกให้พิซซ่าแซนวิชไส้แน่นอย่าง Puccia with Cheese & Truffle ที่หอมกลิ่นชีสและทรัฟเฟิลออยล์เต็มคำ หรือถ้าชอบพิซซ่ารสจัดจ้านก็มี Diavola หน้าสไปซี่ซาลามี่ยอดฮิต สายเส้นต้องลอง Strozzapreti Pasticciati พาสต้าเส้นสั้นปั้นมือในซอสครีมมะเขือเทศรสเข้มข้น และ Overloaded Vongole Pasta พาสต้าลิงกวินีผัดหอยตลับแบบจัดเต็ม ตลอดจนเมนูสเต๊กและสตูซีฟู้ดสดใหม่ให้เลือกอีกเพียบ โดยมีงบประมาณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ราวๆ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับเมนูที่เลือกสั่ง
Ciao Pizza at The Crystal Veranda
La Trattoria Bangkok


La Trattoria Bangkok ตั้งอยู่ในย่านเอกมัย มอบบรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง เหมาะกับการแวะมานั่งกินข้าวพักผ่อน ชิลกับเพื่อน หรือสั่งกลับบ้าน ร้านอาหารอิตาเลียน แห่งนี้ชูจุดเด่นเรื่องการใช้วัตถุดิบคุณภาพส่งตรงจากอิตาลี นำเสนอครบทั้งพิซซ่า พาสต้า โคลด์คัท และชีสพานาคอตต้า รวมถึงเมนูพิเศษประจำสัปดาห์ที่สลับสับเปลี่ยนมาสร้างความตื่นเต้น


เมนูเด็ดที่ไม่ควรมองข้ามคือพิซซ่าสูตรเฉพาะอย่าง The Fat Tony ที่จัดเต็มด้วยไส้กรอกอิตาเลียนโฮมเมด เชดดาร์ชีส หอมใหญ่เคี่ยว และพริกฮาลาเปโญ หรือจะเป็น Hog n Honey ที่ผสมผสานความหอมหวานของน้ำผึ้งพริกเข้ากับไส้กรอกได้อย่างลงตัว ส่วนใครชอบเส้นก็มีพาสต้ารสเข้มข้นอย่าง Carbonara และ Bacon Chili ให้เลือกทานคู่กับสลัดหรือของทานเล่นกรุบกริบ โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 300 – 600 บาท
La Trattoria Bangkok
Via Emilia Italian


Via Emilia Italian หลบตัวอยู่ในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 แยก 5 ย่านสาทร เสน่ห์ของที่นี่คือบรรยากาศอบอุ่นสบายๆ สไตล์โฮมมี่ เหมือนแวะไปกินข้าวบ้านเพื่อนชาวอิตาเลียน จุดขายคือการเสิร์ฟอาหารต้นตำรับจากแคว้นเอมิเลีย-โรมานญา แบบเรียบง่ายทว่าใส่ใจในทุกรายละเอียด


จานเด็ดขึ้นชื่อยกให้ Lasagna Bolognese พาสต้าผักโขมโฮมเมดอบซอสเนื้อมะเขือเทศเข้มข้นสลับชั้นเบชาเมลซอสละมุนลิ้น หรือเมนูพาสต้าสดอย่าง Tagliolini Al Tartufo เส้นเหนียวนุ่มคลุกเคล้าซอสครีมทรัฟเฟิลหอมตลบลบอบอวล และ Tortellini Artusiani เกี๊ยวสไตล์อิตาเลียนไส้หมูรวมมิตรรสกลมกล่อมในซอสชีสพาร์มิจาโน ส่วนใครชอบเมนูเนื้อต้องสั่ง Cotoletta alla Petroniana สเต๊กเนื้อลูกวัวชุบแป้งทอดท็อปด้วยพาร์มาแฮมบ่ม 24 เดือนและชีสเยิ้มๆ ปิดท้ายด้วยขนมหวานท้องถิ่นรสเยี่ยม ทั้งหมดนี้มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวประมาณ 800 – 1,500 บาท นับเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารอิตาเลียนที่สายกินไม่ควรพลาด
Via Emilia Italian
Riva Del Fiume


Riva Del Fiume ตั้งอยู่ในโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ณ แม่น้ำเจ้าพระยา นำเสนอประสบการณ์มื้อพิเศษท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำสุดโปร่งสบาย ออกแบบให้รับแสงธรรมชาติอย่างลงตัวพร้อมวิวแม่น้ำอันงดงาม จุดเด่นของที่นี่คือการรังสรรค์เมนูอิตาเลียนร่วมสมัยสไตล์ดั้งเดิมที่ปรับเปลี่ยนตามวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาล


มีทีเด็ดอยู่ที่พิซซ่าเตาถ่านหน้ากูร์เมต์อย่าง Mortadella and Pistacchio di Bronte และพาสต้าเส้นสดรสละมุนอย่าง Spaghettoni al Peperoncino Crusco หรือ Rigatoni ส่วนจานหลักแนะนำ Mayura Beef สเต๊กเนื้อวากิวระดับพรีเมียมคุณภาพเยี่ยม หรือจะเลือกสัมผัสความอร่อยแบบคอร์สผ่าน Un Viaggio Tasting Menu ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ปิดท้ายด้วยขนมหวานคลาสสิกอย่าง Traditional Tiramisu ที่นุ่มฟูกำลังดี ซึ่งการมาเยือนร้านอาหารอิตาเลียนระดับไฮเอนด์แห่งนี้จะมีราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 5,000 บาทขึ้นไป
Riva Del Fiume
BBQ38 Ribs & Cold Cuts


BBQ38 Ribs & Cold Cuts ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 2 ย่านอารีย์-สนามเป้า ตกแต่งในสไตล์ลอฟท์บาร์สุดเท่ โดดเด่นด้วยไฟส้มสลัวเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะกับการชวนเพื่อนฝูงมาสังสรรค์จิบเครื่องดื่มหลังเลิกงาน ร้านนี้มีจุดเด่นเรื่องการผสมผสานเมนูสโมกบาร์บีคิวรมควันและโคลด์คัทสไตล์ตะวันตกได้อย่างลงตัว


สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือ Signature BBQ Pork Ribs ซี่โครงหมูรมควันนานกว่า 5 ชั่วโมงจนเนื้อนุ่มล่อนซอสเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมมันบดและกะหล่ำดาว ส่วนสายทานเล่นแนะนำ Original Italian Cold cuts & Cheeses Set ชุดโคลด์คัทและชีสพรีเมียมทานคู่กับแครกเกอร์และผลไม้สด เพิ่มความอร่อยด้วยเมนูพาสต้าอย่าง Chef Fettuccine Truffle Sauce ราดซอสทรัฟเฟิลหอมนุ่มกลมกล่อม และจานหลักอย่าง Picanha Steak หรือ Beef Bone Marrow ไขกระดูกวัวอบทานคู่ขนมปังปิ้งกรอบๆ ปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์อิตาเลียนอย่าง Chewy Panna Cotta with Sour Sherbet โดยราคามื้อนี้ตกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาทต่อหัว นับเป็นตัวเลือกร้านอาหารอิตาเลียนและสเต๊กบาร์สายชิลล์ที่สายกินต้องมาลองสักครั้ง
BBQ38 Ribs & Cold Cuts
BIANCA Italian Restaurant


BIANCA Italian Restaurant ปักหมุดความอร่อยสไตล์อิตาเลียนคลาสสิกร่วมสมัยตามศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง EMSPHERE, ICONSIAM และ Siam Paragon ภายในร้านตกแต่งสดใสมีชีวิตชีวาด้วยจานชามเพนต์ลายสไตล์อิตาเลียนและเฟอร์นิเจอร์โทนสีอบอุ่น ให้บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะกับการนัดสังสรรค์หรือมาทานมื้ออร่อยกับครอบครัว จุดเด่นของที่นี่คือการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากอิตาลี นำมารังสรรค์รสชาติที่เข้าถึงง่ายแต่แฝงเอกลักษณ์เฉพาะตัว


สำหรับเมนูแนะนำที่ห้ามพลาดคือ Truffle Pasta e Basta พาสต้าเส้นมาฟัลดิเน่สดคลุกซอสทรัฟเฟิลเข้มข้นท็อปทรัฟเฟิลสดแบบจัดเต็ม ต่อด้วย Tartufina พิซซ่าแป้งหนานุ่มหน้าชีสมอซซาเรลล่า ซอสทรัฟเฟิล ไส้กรอกหมู และเห็ด ส่วนสายเนื้อต้องลอง Wagyu Hanger Tagliata สเต๊กเนื้อมอสเตะตาเสิร์ฟพร้อมผักร็อกเก็ต รวมถึงของทานเล่นอย่าง Burrata & Tomato & Parma ก่อนปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานซิกเนเจอร์อย่าง Bianca’s Tiramisu หรือ Chocolate Dolce Vita รสเข้มข้น โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวราวๆ 600 – 1,200 บาท เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารอิตาเลียนที่ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและบรรยากาศอย่างแท้จริง
BIANCA Italian Restaurant
Brio


Brio ตั้งอยู่ภายในโรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศอบอุ่นหรูหราพร้อมการตกแต่งสไตล์ทัสคานีร่วมสมัย เปิดรับวิวแม่น้ำโปร่งสบาย จุดเด่นของที่นี่คือการนำเสนอรสชาติอิตาเลียนแท้ตามสูตรดั้งเดิม นำทัพความอร่อยโดยเชฟชาวโรมันที่พิถีพิถันตั้งแต่การปั้นพาสต้าเส้นสดด้วยมือ อบพิซซ่าเตาถ่านร้อนๆ หอมกรุ่น ไปจนถึงการคัดสรรคอลเลกชันไวน์ชั้นเยี่ยมมาจับคู่กินคู่กันได้อย่างลงตัว


จานเด็ดแนะนำที่ห้ามพลาดเริ่มด้วย Insalata Primavera สปริงสลัดกุ้งลายเสือย่างราดน้ำสลัดวานิลลารสสดชื่น ต่อด้วยเมนูพาสต้าสดชวนฟินอย่าง Capelli d’Angelo ai Frutti di Mare พาสต้าแองเจิลแฮร์ผัดซีฟู้ดทั้งหางร็อคล็อบสเตอร์ หอย และกุ้ง ในซอสไวน์ขาวกระเทียมมะเขือเทศอบแห้ง หากชอบพิซซ่าต้องลอง Bresaola พิซซ่าแป้งบางกรอบท็อปเนื้อหมักรมควันสไตล์อิตาเลียน ผักร็อกเก็ต และชีสมอซซาเรลล่า และจานหลักอย่าง Filetto di Spigola สเต๊กปลากะพงย่างซอสเพสโต้เสิร์ฟคู่พูเรมะเขือม่วง โดยราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 800 – 1,800 บาท ถือเป็นตัวเลือกร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศดีที่เหมาะสำหรับการฉลองมื้อพิเศษอย่างยิ่ง
Brio
Brunello


Brunello ตั้งอยู่ในย่านศูนย์วิจัย-เพชรบุรีตัดใหม่ รังสรรค์บรรยากาศสไตล์ไวน์บาร์สบายๆ มีความเป็นกันเองสูง เหมาะกับการมาทานอาหารมื้อค่ำหรือจัดงานเลี้ยงส่วนตัวเพราะมีห้องคาราโอเกะให้บริการฟรี จุดเด่นของที่นี่คือการเสิร์ฟรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้ส่งตรงจากเมืองนาโปลี โดยเลือกใช้วัตถุดิบนำเข้าคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้อย่างสบายกระเป๋า


ไฮไลท์เด็ดที่ทุกคนต้องสั่งยกให้ Pizza Fritta พิซซ่าทอดสไตล์นาโปลีแป้งนุ่มฟูกรอบนอกนุ่มในอย่าง Pizza Fritta Salame ไส้ชีสริคอตต้าและซาลามี่ ต่อด้วยพิซซ่าเตาถ่านหน้า Brunello ซอสทรัฟเฟิลชีสมอซซาเรลล่าใส่ไส้กรอกอิตาเลียน สำหรับสายเส้น แนะนำ Fettuccine Brunello พาสต้าซอสครีมทรัฟเฟิลรสเข้มข้น และ Busiate alla Mamma Rosa พาสต้าเส้นเกลียวผัดซอสมะเขือเทศผสมครีมท็อปชีสบูร์ราตา จานหลักยังมี Brasato di Manzo แก้มวัววากิวตุ๋นเนื้อนุ่มลายหินอ่อน ปิดท้ายด้วย Tiramisu alla Brunello หอมกลิ่นรำดาร์ก โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 400 – 800 บาท ถือเป็นตัวเลือกร้านอาหารอิตาเลียนรสเลิศคุ้มราคาที่สายกินไม่ควรพลาด
Brunello
Calderazzo Cucina Italiana


Calderazzo Cucina Italiana ปักหลักอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลายเหมือนนั่งทานข้าวในบ้านเพื่อนชาวอิตาเลียน แสงไฟส้มสลัวช่วยเพิ่มฟีลโรแมนติก มื้อค่ำที่นี่เน้นอาหารอิตาเลียนตอนใต้สไตล์โฮมเมดที่คัดสรรวัตถุดิบออร์แกนิกและนำเข้าคุณภาพสูง


ไฮไลท์เด็ดที่ทุกคนติดใจคือ Positano Mare e Monti ดอกซูกินีสอดไส้ชีสสคามอร์ซ่ากับแอนโชวีชุบแป้งทอดกรอบ ต่อด้วยจานพาสต้าปั้นมืออย่าง Orecchiette Salsiccia e Finocchio ผัดไส้กรอกอิตาเลียนรสเผ็ด หรือจะลอง Bucatini Calabrian Carbonara ที่เพิ่มความจัดจ้านด้วยซอสดูญ่า สายพิซซ่าต้องไม่พลาดพิซซ่าทรัฟเฟิลแป้งบางกรอบหอมเตะจมูก ส่วนแฟนคลับข้าวอิตาเลียนยังมี Risotto Crab Soup ซุปเนื้อปูเข้มข้นกลมกล่อม รวมถึงสเต็กเนื้อทีโบนนุ่มชุ่มฉ่ำให้เลือกชิม สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ราวๆ 800 – 1,500 บาท นับเป็นร้านอาหารอิตาเลียนรสชาติต้นตำรับที่คุ้มค่ากับการมาเยือน
Calderazzo Cucina Italiana
Cento


Cento ตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง 1 ย่านสาทร นำเสนอความอร่อยในสไตล์ Hospitality House ที่ให้ความรู้สึกสบายใจเหมือนทานอาหารอยู่ที่บ้าน บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งสบาย เรียบหรู แต่แฝงความอบอุ่น จุดเด่นคือการชูเสน่ห์แห่งความเรียบง่ายผ่านอาหารรสชาติเข้มข้นตรงไปตรงมา พร้อมตัวเลือกไวน์คุณภาพจากทั่วโลกมากกว่า 300 ฉลากที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อจับคู่กับอาหารอย่างลงตัว


สำหรับเมนูทานเล่นจานเด็ดที่ต้องลิ้มลองคือ Puffy Bread Mortadella ขนมปังป่องกรอบนอกนุ่มในทานคู่ไส้กรอกมอร์ตาเดลลา หรือจะเป็นจานสดชื่นอย่าง Tuna Tartare และ Burrata สดฉ่ำทานคู่มะเขือเทศเชียงใหม่ ส่วนสายเส้นแนะนำ Pici Crab พาสต้าเส้นอวบนุ่มในซอสเนยเลมอนเนื้อปูรสกลมกล่อม รวมถึง Black Truffle Raviolo ที่หอมทรัฟเฟิลละมุนลิ้น ฟากจานหลักจากเตาย่างต้องยกให้ Flank Steak Wagyu MB6 เนื้อนุ่มฉ่ำซอส และ Pork Chop Milanese กรอบนอกนุ่มใน ปิดท้ายด้วย Tiramisu สไตล์โฮมมี่รสนุ่มนวล โดยราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาเยือนร้านอาหารอิตาเลียนสุดร่วมสมัยแห่งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 3,000 บาท
Cento
Don Giovanni Restaurant


Don Giovanni Restaurant ตั้งอยู่บริเวณชั้นลอบบี้ของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ตกแต่งสไตล์ทรัตโตเรียแบบดั้งเดิมที่เรียบหรู คลาสสิก พร้อมต้อนรับด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่นเป็นกันเองสไตล์โฮมเมด จุดเด่นคือการรังสรรค์รสชาติอาหารอิตาเลียนอย่างพิถีพิถันโดยเชฟชาวอิตาลี Stefano ที่ผสานวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลและวัตถุดิบนำเข้าคุณภาพสูงได้อย่างเข้ากัน


สำหรับจานเด็ดแนะนำที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ Bruschettone alla burrata e prosciutto ขนมปังบรูสเก็ตต้าหน้าแฮมพาร์ม่าและชีสบูร์ราตาสดฉ่ำ ต่อด้วยซุปครีมรสเข้มข้น Crema di porcini e tartufi estivi ซุปเห็ดพอร์ชินีและทรัฟเฟิลฤดูร้อน หอมละมุนขึ้นกล้อง สายเส้นต้องลอง Tagliatelle al tartufo e capesante พาสต้าเส้นสดแทลเกลียเตลเล่ผัดซอสครีมทรัฟเฟิลเสิร์ฟพร้อมหอยเชลล์อบ หรือจะเป็นเมนูสุดคลาสสิกอย่าง Osso buco alla Milanese เนื้อลูกวัวตุ๋นไวน์แดงเสิร์ฟคู่ข้าวริซอตโต้หญ้าฝรั่นสีเหลืองทอง ตลอดจนพิซซ่าเตาอบแป้งบางกรอบอย่าง Alla Stefano หน้าเห็ดทรัฟเฟิล ไส้กรอกอิตาเลียน และผักร็อกเก็ต ปิดท้ายด้วย Tiramisu all’arancio ทิรามิสุรสส้มหอมหวานสดชื่น โดยงบประมาณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ราวๆ 800 – 1,800 บาท นับเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารอิตาเลียนระดับตำนานย่านลาดพร้าวที่เหมาะกับการชวนคนพิเศษมาดื่มด่ำความอร่อยพร้อมไวน์รสเลิศ
Don Giovanni Restaurant
Don Pino Italian Restaurant


Don Pino Italian Restaurant ร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะแก่การมานั่งทานอาหารมื้อพิเศษหรือสังสรรค์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง จุดเด่นอยู่ที่การเสิร์ฟเมนูต้นตำรับรสชาติเข้มข้น รวบรวมตัวเลือกหลากหลายทั้งสปาเก็ตตี้ พาสต้าเส้นสด น็อกกี พิซซ่าอบแป้งกรอบนุ่ม รวมถึงเมนูจากเตาย่างและอาหารทานเล่นมากมาย


เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วไม่ควรพลาดคือพิซซ่าทอด Burrata and Parma Ham ที่ผสมผสานความกรอบนอกนุ่มในเข้ากับชีสพูร์ราตาและพาร์มาแฮมได้อย่างลงตัว หรือจะเป็น Spaghetti Truffle Carbonara และ Spaghetti Seafood ที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบคุณภาพ สำหรับช่วงราคาอาหารโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 – 600 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับประเภทของเมนูที่เลือกทาน
Don Pino Italian Restaurant
Cannubi by Umberto Bombana


Cannubi by Umberto Bombana ตั้งอยู่บริเวณชั้น L โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ มอบสัมผัสแห่งความหรูหราผ่านการตกแต่งสไตล์ไฟน์ไดนิ่งร่วมสมัย ตกแต่งโปร่งสบายพร้อมครัวเปิดที่เผยให้เห็นการรังสรรค์จานอร่อยอย่างใกล้ชิด ผลงานการรังสรรค์โดยเชฟระดับตำนานเจ้าของฉลากราชาแห่งไวต์ทรัฟเฟิล อุมแบร์โต บอมบานา ร่วมกับเชฟอังเดร ซัสโต จุดเด่นของที่นี่คือการชูรสชาติอิตาเลียนแท้ผ่านวัตถุดิบพรีเมียมตามฤดูกาลจากทั่วโลก มีให้เลือกทานทั้งแบบชุดเซตคอร์สและอะลาคาร์ต


จานซิกเนเจอร์ชวนลิ้มลองมีตั้งแต่ Sicilian Red Prawn Carpaccio เสิร์ฟคู่คาเวียร์ Oscietra รสกลมกล่อม พาสต้าเส้นสดทำมือสไตล์โฮมเมดอย่าง Homemade Chitarra Pasta กุ้ง Carabineros ไปจนถึงเมนูเรียกน้ำย่อย Burrata Cheese ทานคู่บีตสลัดมะเดื่อฝรั่ง สำหรับจานหลักแนะนำ Roasted Beef Tenderloin & Braised Cheeks เนื้อสันในย่างเนื้อแก้มวัวตุ๋นนุ่มละลายในปากราดซอสเนื้อเห็ดโมเรล ปิดท้ายด้วยของหวาน Gianduia Chocolate เสิร์ฟคู่ซอร์เบต์ช็อกโกแลต โดยการเปิดประสบการณ์ทานร้านอาหารอิตาเลียนระดับมิชลินการันตีแห่งนี้ มีราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 2,400 – 6,000 บาทขึ้นไป
Cannubi by Umberto Bombana
Franca


Franca เป็นร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โมเดิร์นย่านสาทรที่กำลังมาแรงสุดๆ ในโลกโซเชียล ด้วยตัวร้านตกแต่งหรูหราทันสมัย โปร่งสบาย มีทั้งพื้นที่กว้างขวางตอบโจทย์การสังสรรค์และโซนไพรเวตสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว พร้อมเครื่องดื่มค็อกเทลเก๋ๆ มีลูกเล่นน่ารักน่าถ่ายรูป คู่ไปกับเมนูอาหารที่คัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียมมาปรุงอย่างพิถีพิถัน


Franca
Giglio Trattoria Fiorentina


Giglio Trattoria Fiorentina ซ่อนตัวอยู่ในซอยสาทร 10 มอบบรรยากาศสไตล์ทรัตโตเรียแท้ๆ จากเมืองฟลอเรนซ์ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง ชวนให้นึกถึงการนั่งทานอาหารในบ้านแถบทัสคานี จุดเด่นของร้านอาหารอิตาเลียนแห่งนี้คือการถ่ายทอดเสน่ห์อาหารอิตาเลียนสไตล์ทัสกันแบบดั้งเดิมที่เน้นรสชาติวัตถุดิบชูโรงและพาสต้าเส้นสดทำมือสดใหม่ทุกวัน


เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือ Pici al Ragu di Salsiccia พาสต้าเส้นอวบนุ่มผัดซอสไส้กรอกอิตาเลียนและเห็ดพอร์ชินีรสเข้มข้น และ Pici al Tarufo Nero ที่สไลซ์ทรัฟเฟิลดำสดมาให้แบบจัดเต็ม สำหรับของทานเล่นห้ามพลาด Coccoli แป้งโดว์ทอดทานคู่กับโคลด์คัทชั้นดี ตบท้ายด้วย Fiorentina สเต๊กเนื้อชิ้นโตย่างเตาถ่านหอมๆ หรือจะลองจานหลักอย่าง Galletto al Mattone ไก่อบเนื้อนุ่มฉ่ำ และปิดท้ายมื้ออร่อยด้วย Tiramisu นุ่มฟูกำลังดี โดยมีช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 800 – 1,800 บาท
Giglio Trattoria Fiorentina
iO Italian Osteria


iO Italian Osteria ปักหมุดอยู่อบอุ่นในซอยสุขุมวิท 31 พร้อมเปิดต้อนรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนต้นตำรับด้วยบรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานข้าวในบ้านเพื่อนชาวอิตาเลียน จุดเด่นยกให้ความหลากหลายของเมนูอาหารที่รวบรวมสูตรเด็ดจากกว่า 20 ภูมิภาคทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นเส้นพาสต้าทำสดใหม่และพิซซ่าอบสดๆ


จานซิกเนเจอร์ที่มาแล้วไม่ควรพลาดเลยคือ Porchetta หมูกรอบสไตล์โรมันที่ใช้เนื้อหมูคุโรบุตะหมักเครื่องเทศและอบนานถึง 8 ชั่วโมงจนหนังกรอบนอกเนื้อในนุ่มฉ่ำ ทานคู่กับขนมปัง Schiacciata Romana หรือเลือกสั่งจานเด็ดอย่าง Seafood Ciambotta ต้มยำซุปซีฟู้ดเคี่ยวนาน 4 ชั่วโมง, Brasato di Manzo เนื้อใบบัวตุ๋นเบียร์ดำรสเข้มข้น, Pizza Burrata & Prosciutto หน้าชีสบูร์ราต้าและพาร์มาแฮมสุดคลาสสิก รวมถึงแพลตเตอร์โคลด์คัทชั้นดีและสลัดสดชื่นอย่าง Fresh Tuna Salad ราคาเฉลี่ยประมาณ 600 – 1,500 บาทต่อคน ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับมื้อพิเศษกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
iO Italian Osteria
L'OLIVA Ristorante Italiano & Wine Bar


L’OLIVA Ristorante Italiano & Wine Bar ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 รังสรรค์บรรยากาศแบบบ้านอบอุ่นสไตล์อิตาเลียนล้อมรอบด้วยสวนสีเขียวและต้นมะกอกอันร่มรื่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนแวะมาทานข้าวบ้านเพื่อน จุดเด่นของที่นี่คือการนำเสนอสูตรอร่อยดั้งเดิมจากแคว้นอับรุซโซ การันตีความเด็ดด้วยรางวัลพิซซ่าระดับโลก


เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องลิ้มลองคือ Truffle Pizza แป้งบางกรอบหอมทรัฟเฟิลและชีสมอซซาเรลล่า และ Mortadella e Pistacchio พิซซ่าหน้านุ่มโรยพิสตาชิโอ สายพาสต้าเส้นสดต้องลอง Chitarra al Ragu Abruzzese สปาเกตตีเส้นใหญ่ซอสเนื้อสามอย่าง หรือจะเป็น Tagliolini al Truffle ท็อปทรัฟเฟิลสดแน่นๆ ฟากจานหลักอย่าง Ossobuco เนื้อน่องลูกวัวตุ๋นเสิร์ฟพร้อมรีซอตโต้แซฟฟรอนรสเข้มข้นก็เข้ากันได้ดี ตบท้ายด้วย Tiramisu หรือ Cannoli ไส้ครีมริคอตต้าหอมหวานอร่อยลงตัว โดยมีงบประมาณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ราวๆ 800 – 1,800 บาท ถือเป็นตัวเลือกร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศดีที่ตอบโจทย์ทุกมื้อพิเศษ
L'OLIVA Ristorante Italiano & Wine Bar
Le Mecier


Le Mecier ซ่อนตัวอยู่ในย่านเมืองทองธานี พร้อมเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งสุดพิเศษ ตอบโจทย์คนที่กำลังหาร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศเรียบหรู อบอุ่น ฟีลโฮมมี่สบายๆ ที่นี่นำเสนออาหารสไตล์อิตาเลียนฟิวชันที่เข้าถึงง่าย รังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากฝีมือเชฟมากประสบการณ์กว่า 30 ปี ทั้งในไทยและออสเตรเลีย คัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียมนำเข้าส่งตรงจากอิตาลี


เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดเลยคือสเต๊กเนื้อคุณภาพเยี่ยม และพาสต้าเส้นสดรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม รวมถึงเมนูฟิวชันสร้างสรรค์แปลกใหม่ที่หาทานที่อื่นไม่ได้ง่ายๆ เสิร์ฟมาในราคาเข้าถึงได้สบายกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็นเซ็ตเมนูหรือคอร์สอาหารก็มีให้เลือกหลากหลาย มื้อนี้งบเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ราวๆ 500 – 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกทานเป็นจานเดี่ยวสบายๆ หรือจัดเต็มแบบเซ็ตคอร์ส
Le Mecier
Luigi Bangkok


Luigi Bangkok ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคาร Vanit Place Aree ย่านอารีย์ ตัวร้านตกแต่งในสไตล์ Electric Mid-Century European แฝงเสน่ห์คลาสสิกด้วยงานไม้ อบอุ่น ผ่อนคลาย และมีกระจกใสเปิดรับแสงธรรมชาติตลอดวัน จุดเด่นคือการนำเสนออาหารสไตล์ Casual Dining ที่สร้างสรรค์ด้วยการฟิวชันรสชาติตะวันตกและญี่ปุ่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีจากทั่วโลกมาปรุงอย่างพิถีพิถัน


เริ่มต้นมื้อด้วยของทานเล่นพอดีคำอย่าง Uni bite หรือ Truffle Bite ต่อด้วยจานสดชื่นอย่าง Marino Carpaccio ปลากระพงและฮอกไกโดโฮตาเตะราดน้ำมันยูสุ จานหลักไฮไลท์ยกให้ Grilled Octopus Leg หนวดหมึกยักษ์ย่างเนื้อเด้งเสิร์ฟคู่พูเรถั่วลูกไก่ และ Sake Dutch Mussels หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบซาเกหอมหวานฉ่ำ ปิดท้ายด้วยของทอดเคี้ยวเพลินอย่าง Cod Nori Stick ปลาหิมะชุบแป้งเทมปุระทอด โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวประมาณ 2,000 บาทขึ้นไป นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกร้านอาหารอิตาเลียนฟิวชันสไตล์ใหม่ที่สร้างความประทับใจให้สายกินได้ไม่ยาก
Luigi Bangkok
La Tavola


La Tavola ตั้งอยู่ชั้น 3 โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ มอบบรรยากาศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนแถบชายฝั่งทะเลที่อบอุ่นและหรูหราอย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารอิตาเลียนย่านใจกลางเมืองที่เหมาะสำหรับการดื่มด่ำอาหารมื้อพิเศษ รังสรรค์โดยเชฟน็อต วรัญญู พรรณสกุล ที่ดึงเอารสชาติโฮมเมดแบบอิตาเลียนแท้ๆ ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ


สำหรับเมนูชูโรงที่ไม่ควรพลาดเริ่มจาก Bruschetta Al Prosciutto Di Parma ที่ผสมผสานความนุ่มของชีสทรักเฟิลกับพาร์มาแฮม ตามด้วย Spaghetti Carbonara & N’duja พาสต้าสไตล์โรมันเข้มข้นเผ็ดปลายลิ้น หรือเลือกฟินกับ Pizza Al Tartufo หอมกลิ่นทรักเฟิลสด ส่วนสายซีฟู้ดต้องลอง Cinque Terre ซุปทะเลสไตล์ลิกูเรียนเครื่องแน่นจัดเต็ม และยังมีจานหลักน่าลองอย่าง Ossobuco con Risotto หรือ Porchetta alla Mela รวมถึงขนมหวานคลาสสิกสไตล์อิตาเลียน ราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 2,500 บาทขึ้นอยู่กับเมนูที่เลือกสั่ง
La Tavola
Ailati Resto


Ailati Resto ซ่อนตัวอยู่ในซอยเจริญกรุง 44 ย่านบางรัก ให้ฟีลแบบร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนโซเชียลดินเนอร์สุดอบอุ่น บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบสบายๆ มีความโคซี่ เป็นกันเอง เหมาะกับการชวนแก๊งเพื่อนมานั่งจิบไวน์และสังสรรค์ในสไตล์ Aperitivo ยามเย็น จุดเด่นของที่นี่คือการรังสรรค์รสชาติอาหารอิตาเลียนแบบต้นตำรับผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว


เมนูทานเล่นไฮไลท์ที่ต้องลองสั่งคือ Schiacciata ขนมปังฟอกาเชียสไตล์ทัสกันแป้งกรอบนอกนุ่มในอย่าง Schiacciata Mortadella ที่ท็อปชีสสตรัคเชียเตลลาและถั่วพิสตาชิโอ หรือ Schiacciata Crudo ใส่พาร์มาแฮมชิ้นโต ส่วนสายแป้งอบห้ามพลาดพิซซ่าหน้าขายดีอย่าง Italica ซอสมะเขือเทศท็อปพาร์มาแฮมและชีสสด หรือพิซซ่าหน้าซอสทรัฟเฟิลเข้มข้น Tartufo ฟากพาสต้าต้องยกให้ Spaghetti Carbonara Italiana แท้ๆ ใส่แก้มหมูรมควัน Guanciale ไข่แดง และชีสเพโคริโน หรือ Strozzapreti Norcina พาสต้าเส้นสั้นซอสครีมเห็ดพอร์ชินีไส้กรอกอิตาเลียนหอมกลิ่นทรัฟเฟิล ตบท้ายด้วยขนมหวานคลาสสิกอย่าง Tiramisu หรือ Crema Catalana รสนุ่มนวล โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาท นับเป็นตัวเลือกร้านอาหารอิตาเลียนรสชาติเยี่ยมราคามิตรภาพที่ไม่ควรมองข้าม
Ailati Resto
Tutto Matto


Tutto Matto ตั้งอยู่ในซอยสาทร 11 ตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศเป็นกันเอง ทันสมัย เสิร์ฟเมนูอร่อยรวดเร็วทันใจ เหมาะทั้งนั่งกินชิลๆ หรือสั่งกลับบ้าน จุดเด่นคือการคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่พร้อมเสิร์ฟเมนูที่ครอบคลุมหลากหลายสไตล์ โดยเฉพาะสายสุขภาพเพราะมีตัวเลือกเมนูมังสวิรัติและวีแกนให้เลือกเยอะมาก


เมนูไฮไลต์ต้องยกให้แซนวิชสไตล์อิตาเลียนอย่าง Porchetta พานินี่หมูอบกรอบนอกนุ่มในฉ่ำซอส หรือลองสั่งพาสต้าเลือกรสชาติและเส้นได้ตามใจชอบ พิซซ่าถาดใหญ่หน้าแน่นอย่าง Margherita, Spicy Salami และสลัดสุขภาพ Grain Bowl ที่ใชวัตถุดิบคุณภาพเน้นๆ แล้วปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง Tiramisu หรือ Lemon Tart โดยงบเฉลี่ยสบายกระเป๋าอยู่ที่ประมาณ 200 – 500 บาทต่อคน
Tutto Matto
Mimosa Italian Restaurant


Mimosa Italian Restaurant ปักหมุดชิลล์อยู่ในย่านสาทร มอบบรรยากาศสบายๆ เรียบง่าย เป็นกันเอง ชวนผ่อนคลาย เหมาะแก่การแวะมาฝากท้องในวันทำงานหรือนัดเจอเพื่อนฝูง จุดเด่นของร้านนี้คือการเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนทานง่าย ราคาสบายกระเป๋า และมีตัวเลือกสำหรับสายสุขภาพอย่างเมนูมังสวิรัติรวมถึงวีแกนให้เลือกหลากหลาย


ไฮไลท์เด็ดที่พลาดไม่ได้คือพิซซ่าเตาถ่านแป้งกรอบนอกนุ่มในอย่าง Margherita, Spicy Salami และ 4 Cheeses นอกจากนี้ยังมีเมนูพาสต้าที่สามารถเลือกประเภทเส้นและซอสเองได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น Carbonara, Bolognese หรือ Pesto Sauce รสเข้มข้น ส่วนสายแซนวิชสไตล์อิตาเลียนต้องลอง Porchetta แซนวิชหมูอบสไตล์อิตาเลียนชิ้นโต และเมนูเอาใจคนรักสุขภาพอย่าง Grain Bowl หรือ Vegan Sandwich ปิดท้ายมื้อด้วยของหวานคลาสสิกอย่าง Tiramisu และ Lemon Tart รสเปรี้ยวอมหวานลงตัว โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหัวสบายๆ เพียงประมาณ 200 – 500 บาท นับเป็นร้านอาหารอิตาเลียนรสเลิศ คุณภาพคุ้มค่าเกินราคาที่ไม่ควรพลาด
Mimosa Italian Restaurant
Antico Fornaio


Antico Fornaio ตั้งอยู่ในโครงการ theCOMMONS ศาลาแดง ชวนให้สายกินคิดถึงบรรยากาศการสตรีทฟู้ดใจกลางอิตาลีด้วยกลิ่นหอมของแป้งฟอคคาเชียอบใหม่สดๆ ตัวร้านมาในสไตล์เปิดโล่ง สบายๆ นั่งชิลรับลมได้เพลินๆ เอกลักษณ์ของที่นี่คือความพิถีพิถันในการอบแป้งฟอคคาเชียสูตรเฉพาะที่ผิวนอกกรอบกริ๊บแต่ด้านนุ่มฟูกำลังดี นำมารังสรรค์เป็นไส้แซนวิชหน้าแน่นด้วยวัตถุดิบนำเข้าพรีเมียม


เมนูซิกเนเจอร์ตัวท็อปที่จัดเต็มหมูกรอบพอร์เชตตาอบสไตล์โรมัน หนังกรอบเนื้อนุ่มหอมกลิ่นโรสแมรี่ เข้ากันได้ดีกับไส้ชูรสอย่างผักชีล้อมและมัสตาร์ด หรือจะเลือกจานเด็ดอย่าง Parma ที่อัดแน่นด้วยพาร์มาแฮม ชีสสแตรชเชียเทลลานุ่มละมุน และเพสโต้โหระพา นอกจากนี้ยังมีไส้ Bolognese, Piemontese, Brisket และของหวานอย่างไส้นูเทลล่าให้ปิดท้ายมื้ออร่อย ถือเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารอิตาเลียนแนวฟาสต์พรีเมียมที่ควรมารอบที่สอง โดยงบเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 250 – 500 บาท
Antico Fornaio
Ms.Jigger


Ms.Jigger ตั้งอยู่ในโรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ย่านหลังสวน ตกแต่งในบรรยากาศเลานจ์สุดร่วมสมัยแฝงความลึกลับเย้ายวน เหมาะกับการมาเดตหรือสังสรรค์จิบเครื่องดื่มยามค่ำคืน จุดเด่นของที่นี่คือการเล่าเรื่องผ่านค็อกเทลแก้วโปรดควบคู่ไปกับอาหารอิตาเลียนรสเลิศ เมนูทานเล่นสไตล์ Cicchetti แนะนำเป็น Arancini e Tartufo ข้าวรีซอตโต้ทอดไส้ชีสและทรัฟเฟิลดำ หรือ Frittata di Spaghetti พาสต้าทอดท็อปทูน่าทาร์ทาร์


สำหรับพาสต้าจานเด็ดต้องลอง Agnolotti di Spinaci พาสต้าไส้ผักโขมชีสริคอตต้าในซอสมะเขือเทศเผ็ด หรือ Paccheri Carbonara รสเข้มข้นกลมกล่อม ส่วนสายพิซซ่าห้ามพลาด Tartufina ที่ใช้แป้งหมักนาน 48 ชั่วโมง อบจนหอมกรุ่นชีสมอซซาเรลล่า Mascarpone และทรัฟเฟิลดำสด จานหลักแนะนำ Filetto alla Rossini สเต๊กเนื้อสันในพรีเมียมท็อปฟัวกราส์และซอสไวน์แดงทรัฟเฟิล ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่าง Tiramisu นุ่มฟูกำลังดี โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาเยือนร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรูแห่งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 3,000 บาทขึ้นไป
Ms.Jigger
Nonna Nella by Lenzi


Nonna Nella by Lenzi ตั้งอยู่ในโครงการ All Seasons Place ถนนวิทยุ ชวนสัมผัสความอบอุ่นสไตล์โฮมเมดผ่านรสมือคุณยายของเชฟ Francesco Lenzi บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ เสมือนนั่งทานข้าวในบ้านคนอิตาเลียน จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือการใช้วัตถุดิบโคลด์คัทและชีสส่งตรงมาจากฟาร์มของครอบครัวเชฟในแคว้นทัสกานี ทั้งยังเปิดเป็นโซนร้านขายวัตถุดิบคุณภาพสูงให้เลือกซื้อกลับบ้านได้ด้วย


เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองยกให้พาสต้าเส้นสดทำใหม่วันต่อวันอย่าง Rigatoni Nonna Nella หรือ Lasagna della Nonna รสเข้มข้นกลมกล่อม พิซซ่าอบสดแป้งพักนานกว่า 72 ชั่วโมงอย่างหน้า Parma Ham & Truffle และไก่อบหมุนสไตล์อิตาเลียน Pollo alla Diavolo เนื้อนุ่มหอมเครื่องเทศ นอกจากนี้ยังมีจานหลักอย่าง Tagliata di Manzo และโคลด์คัทรวม Tagliere Classico ให้ลิ้มลอง สำหรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 600 – 1,500 บาทต่อคน นับเป็นร้านอาหารอิตาเลียนย่านเพลินจิตที่เติมเต็มมื้ออร่อยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Nonna Nella by Lenzi
Tony's Sukhumvit 11


Tony’s Sukhumvit 11 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11 ใจกลางย่านครึกครื้น ผสมผสานกลิ่นอายความอร่อยแบบอิตาเลียนแท้เข้ากับพลังความมีชีวิตชีวาของนิวยอร์กซิตี้ได้อย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกโปร่งสบายด้วยกระจกบานใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงค่ำจะเปลี่ยนเป็นบาร์สุดคึกคัก พร้อมที่นั่งเอาต์ดอร์และดนตรีสดสร้างความสนุกสนาน


จุดเด่นของที่นี่คือความหลากหลายของมื้ออาหาร ตั้งแต่บรันช์ยามเช้า ดินเนอร์สุดโรแมนติก ไปจนถึงมื้อดึก เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดเริ่มต้นด้วยบรันช์อย่าง Avocado Toast Croissant หรือ Big Brekky ต่อด้วยพิซซ่าเตาถ่านแป้งหมักนาน 72 ชั่วโมง หน้าขึ้นชื่ออย่าง Truffle Pizza, Mortadella Pistacchio Pizza และ Bangkok Hot Pizza รสจัดจ้าน สายพาสต้าเส้นสดต้องลอง Sorpresine ซอสวอดก้าสไปซี่, Tagliolini ทรัฟเฟิลสด และ Spaghetti Meatball รสเข้มข้น ฟากจานหลักมี Hanger Steak ย่างหอมๆ และ Lamb Rack เนื้อนุ่มฉ่ำ ปิดท้ายด้วย Tiramisu เสิร์ฟในหม้อต้มกาแฟ Moka Pot สุดเก๋ โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 600 – 1,500 บาท ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาร้านอาหารอิตาเลียนรสชาติดี พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศสังสรรค์ยามค่ำคืนได้อย่างประทับใจ
Tony's Sukhumvit 11
Charcoal Tandoor Fire Grill


Charcoal Tandoor Fire Grill ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11 เผยเสน่ห์แห่งการกินดื่มที่แตกต่างจากร้านอาหารอิตาเลียนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยบรรยากาศสไตล์อินดัสเทรียลทันสมัยผสมผสานความหรูหราพร้อมกลิ่นอายความอบอุ่น จุดเด่นคือการนำเสนออาหารอินเดียต้นตำรับเน้นการย่างด้วยเตาดินเผาทันดูร์ทองแดงที่ใช้ถ่านไม้จริง มอบกลิ่นหอมรมควันที่เป็นเอกลักษณ์


เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดคือ Murgh Kalmi Kebab น่องไก่นุ่มหมักเครื่องเทศย่างเตาทันดูร์เสิร์ฟแบบแขวนตระการตา และ Anghaar Paslia หรือซี่โครงแกะนิวซีแลนด์หมักเครื่องเทศเข้มข้น รสชาตินุ่มลึกเข้าเนื้อ นอกจากนี้ยังมี Sikandar Ki Raan ขาแกะอบสไตล์ทันดูร์ขนาดใหญ่สำหรับแบ่งกันกิน ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มคราฟต์ค็อกเทลสูตรพิเศษและขนมหวานอย่าง Phirni Jar หรือ Gulab Jamun ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 2,000 บาทขึ้นอยู่กับเมนูและเครื่องดื่มที่เลือก
Charcoal Tandoor Fire Grill
Mozza by Cocotte


Mozza by Cocotte กระจายความอร่อยไปตามศูนย์การค้าชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเอ็มควอเทียร์, สยามพารากอน, เซ็นทรัล ชิดลม, ไอคอนสยาม รวมถึงสาขาใหม่อย่างเซ็นทรัล พาร์ค ภายในร้านตกแต่งในสไตล์ทรัตโตเรียอิตาเลียนร่วมสมัยเน้นงานไม้ พื้นกระเบื้องโมเสก และโซฟาเบาะหนัง ให้บรรยากาศอบอุ่นสบายๆ ชวนผ่อนคลายด้วยครัวเปิดที่มองเห็นเชฟรังสรรค์เมนูสดใหม่ จุดเด่นของที่นี่คือการเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมสไตล์โฮมเมดที่การันตีความอร่อยด้วยรางวัลมากมาย


เมนูเด็ดห้ามพลาดเริ่มตั้งแต่สายชอบชีสอย่าง Tomato Confit & Balsamic Caramel Burrata ชีสบูร์ราตานุ่มละมุนเสิร์ฟคู่มะเขือเทศคอนฟิต ต่อด้วยของทานเล่นยอดฮิตอย่าง Truffle Arancini ข้าวทอดไส้ชีสมอซซาเรลล่าผสมทรัฟเฟิล สายเส้นต้องลอง Truffle Tagliolini พาสต้าเส้นสดซอสทรัฟเฟิลเข้มข้น หรือ Reginette all’Amatriciana ผัดซอสมะเขือเทศแก้มหมูรมควัน ส่วนฝั่งพิซซ่าเตาถ่านแนะนำ Tartufina แป้งนุ่มท็อปแฮมและทรัฟเฟิลสด และข้ามไปจานหลักอย่าง Beef Cheek Risotto แก้มวัว Black Angus ตุ๋น 48 ชั่วโมงเนื้อเปื่อยล่อน ปิดท้ายด้วย Cocotte’s Tiramisu รสนุ่มนวล โดยราคามื้ออาหารเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 800 – 1,800 บาท ถือเป็นร้านอาหารอิตาเลียนรสชาติต้นตำรับที่เหมาะสำหรับมาทานกับครอบครัวหรือแก๊งเพื่อนอย่างยิ่ง
Mozza by Cocotte
Silvio's Bistro


Silvio’s Bistro นำเสนอเสน่ห์ของร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนแวะมานั่งแฮงก์เอาต์บ้านเพื่อน มีพื้นที่เปิดโล่งโปร่งสบาย เคล้าเสียงเพลงร็อก บลูส์ และแจ๊ส เสริมความคึกคักด้วยทีวีจอใหญ่สำหรับรับชมถ่ายทอดสดกีฬาและคอนเสิร์ต เหมาะสำหรับสายชิลที่มองหาทั้งอาหารจานโปรด พักผ่อนพร้อมจิบเบียร์สด ค็อกเทล หรือวิสกี้ จุดเด่นของที่นี่คือความหลากหลายของเมนูที่ผสมผสานทั้งอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ อาหารไทย และตัวเลือกมังสวิรัติ


ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่พิซซ่าอบสดใหม่หน้าแน่นอย่าง Margherita, Bocconcino Bufala หรือ Quattro Formaggi รวมถึงของทานเล่นอย่าง Bruschetta หน้าต่างๆ และถาดโคลด์คัทชวนฟิน ส่วนสายพาสต้าต้องลอง Amatriciana และ Carbonara เข้มข้นกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีสเต๊กเนื้อนำเข้า สเต๊กแซลมอน และสเต๊กปลากะพงให้เลือกอิ่มอร่อย โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 300 – 700 บาท







